วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เหรียญอาจารย์นำ ปี19 เนื้อทองแดง บล็อกธรรมดา วัดดอนศ่าลา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง




เหรียญอาจารย์นำ ปี19 เนื้อทองแดง บล็อกธรรมดา วัดดอนศ่าลา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง (โทรคุยราคา)
พระอาจารย์นำ ชินวโร เกิด เมื่อวันศุกร์ เดือนเก้า (สิงหาคม) พ.ศ.2434 ที่บ้านดอนนูด ตำบลปันแต (บ้านดอนนูดมีอาณาเขาติดต่อกับ 3 ตำบล คือ ตำบลปันแต ตำบลควนขนุน ตำบลมะกอกเหนือ) เป็นบุตรของนายเกลี้ยง นางเอียด แก้วจันทร์ มารดาได้เสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเล็กอยู่ (หลังจากคลอดบุตรหญิงคนสุดท้อง) บิดาเป็นอาจารย์ที่เก่งกล้าทางไสยศาสตร์ ดังนั้นพระอาจารย์นำ จึงได้มีโอกาสศึกษาวิชาทางไสยศาสตร์เบื้องต้นแต่เยาว์วัย นอกจากนั้น บิดายังได้นำไปฝากให้ศึกษาวิชาเวทมนตร์คาถากับพระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงมากสมัยนั้น จนอายุได้ 20 ปี จึงได้อุปสมบทกับพระอาจารย์ทองเฒ่า ที่วัดเขาอ้อ ได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมอยู่ 6 พรรษา จึงลาสิกขา แล้วได้สมรสกับนางสาวพุ่ม มีบุตรชาย หญิง ด้วยกัน 4 คน
จน กระทั่ง พ.ศ.2506 พระอาจารย์นำ ได้ป่วยหนักจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ได้มีลูกศิษย์ของท่านประทับทรางหลวงพ่อที่วัดเขาอ้อ (บ้างก็ว่าท่านฝันเห็นพระอาจารย์ทองเฒ่า) บอกว่าหากจะให้หายป่วยจะต้องบวช ซึ่งท่านก็รับว่าถ้าหายป่วยแล้วจะบวชทันที ปรากฏว่าอาการป่วยของท่านก็หายเป็นปกติ ดังนั้นพระอาจารย์นำจึงได้อุปสมบทอีกครั้งหนึ่งที่วัดดอนศาลา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2506 และได้อยู่ในเพศบรรพชิตตลอดมาจนถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2519 รวมอายุได้ 85 ปี ต่อมาในปี 2520 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2520

การสร้างวัตถุมงคล
พระ อาจารย์นำ แก้วจันทร์ เป็นศิษย์พระอาจารย์ทองเฒ่าแห่งสำนักวัดเขาอ้อ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ได้สร้างวัตถุมงคลไว้มากมายตั้งแต่ไม่ได้อยู่ในสมณเพศ เมื่อได้อุปสมบทเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เมื่อ พ.ศ.2506 ได้สร้างวัตถุมงคลไว้ดังต่อไปนี้
6.1 พระปิดตา เนื้อชินตะกั่วผสมเงินยวง สร้างเมื่อ พ.ศ.2510-2518
6.2 พระกลีบบัว เนื้อผงผสมว่าน สร้างเมื่อ พ.ศ.2512
6.3 พระพุทธทรงสี่เหลี่ยม เนื้อผลผสมว่าน พ.ศ.2512
6.4 พระยอดขุนพล เนื้อผงผสมว่าน พ.ศ.2512
6.5 เหรียญรุ่นแรก สร้างที่วัดชิโนรส กรุงเทพฯ พ.ศ.2513 (รุ่นขี่เสือ)
6.6 เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก สร้างที่วัดดอนศาลา พ.ศ.2519 เนื้อทองคำ เงิน และ ทองแดง
6.7 รูปเหมือนลอยองค์ เนื้อนวโลหะ พ.ศ.2519
6.8 รูปเหมือนบูชา เนื้อนวโลหะ พ.ศ.2519
6.9 พระกริ่ง เนื้อนวโลหะ พ.ศ.2519
6.10 เหรียญรูปเหมือน เนื้อทองแดง รุ่น ภปร. ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พ.ศ.2520
6.11 ตะกรุด ผ้ายันต์ ปลัดขิก ลูกอม แหวนพิรอด

เหรียญพระเจ้าห้าองค์ หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดงตะวันออก จ.พัทลุง ปี 08 หนังสือตรง





เหรียญพระเจ้าห้าองค์ หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดงตะวันออก จ.พัทลุง ปี 08 หนังสือตรง
พ่อท่านหมุน ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.2439 ณ บ้านม่วง อ.เมือง จ.พัทลุง บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมีพระอธิการรอด วัดควนกรวด เป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้งอายุครบอุปสมบท จึงเข้ารับการอุปสมบท ที่วัดปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี พระอธิการรอด วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า "ยสโร" อุปสมบทแล้วที่จำพรรษาที่ วัดเขาแดงตะวันออก อ.เมือง จ.พัทลุง มาโดยตลอด
พ่อท่านหมุน เป็นพระสงฆ์ที่ฝักใฝ่ในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน จึงได้เลือกจำพรรษาที่วัดเขาแดงตะวันออก เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่ห่างจากชุมชน มีธรรมชาติอันร่มรื่นและสงบเหมาะต่อการบำเพ็ญภาวนา นอกจากนี้ท่านยังมีความสนใจในเรื่องของวิทยาคมและไสยศาสตร์ จึงได้ไปเรียนวิชากับ พระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักเขาอ้อ และมีกิตติคุณเลื่องลือตั้งแต่ภาคใต้ไปตลอดแหลมมลายู จนได้รับขนานนามว่า "ปรมาอาจารย์แห่งไสยศาสตร์ของภาคใต้" ซึ่งการไปเรียนวิชากับอาจารย์ทองเฒ่าทำให้พ่อท่านหมุนมีความสนิทสนมกับพระอาจารย์นำ ซึ่งเป็นศิษย์สำนักเขาอ้อรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่พระอาจารย์นำมีอาวุโสกว่าพ่อท่านหมุนเล็กน้อย แต่มาเมื่อพระอาจารย์นำสึกออกไปเป็นฆราวาส พ่อท่านหมุนก็ยังคงอยู่ในเพศบรรพชิตมาโดยตลอดจนกระทั่งมรณะภาพ
พ่อท่านหมุน มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ เป็นพระเกจิอาจารย์หนึ่งเดียวของภาคใต้ก็ว่าได้ที่ได้รับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลมากที่สุด ท่านร่วมพิธีปลุกเสกมาตั้งแต่ครั้งสมัยสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตามหายันต์และพระกลีบบัวมหาว่าน ที่วัดเขาอ้อ เมื่อ พ.ศ.2483 ไปร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตาโสฬสมงคลรุ่นแรก พ.ศ.2482 และพระซุ้มกอ พ.ศ.2485 ของวัดแหลมทราย จ.สงขลา ช่วงระหว่าง พ.ศ.2505-06 ที่วัดต่างๆ ทางภาคใต้พากันสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดกัน พ่อท่านหมุนก็ไปร่วมพิธีเสกด้วยทั้งนั้น แม้แต่พิธีปลุกเสกวัตถุมงคลของวัดต่างๆ ก็ล้วนแต่อาราธนาพ่อท่านหมุนไปปลุกเสกด้วยเสมอ จังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ทั้งพัทลุง สงขลา สตูล ตรัง และปัตตานี ท่านไปร่วมปลุกเสกมาหมด
พ่อท่านหมุน ท่านมีตละมหาอำนาจเหมือนพระอาจารย์ทองเฒ่า เคยตวาดคนจนตลึงงุนงงขวัญเสีย ต้องทำน้ำมนต์รดเรียกขวัญจึงหายเป็นปกติมาแล้ว ครั้งหนึ่ง วัดเขาแดงตะวันออกจัดงานประจำปี มีมหรสพมาเล่นและคนมาเที่ยวในงานมากมาย ได้มีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง 5-6 คน มาเที่ยวงานแล้วดื่มสุราเมามายเที่ยวเอ็ดตะโรส่งเสียงดังในวัด แม้ว่าชายหนุ่มกลุ่มนั้นจะไม่หาเรื่องทะเลาะหรือทำรายร่างกายผู้อื่น แต่ก็ได้สร้างความรำคาญ พ่อท่านหมุน ท่านนั่งอยู่บนกุฏิมีลูกศิษย์และชาวบ้านนั่งอยู่ด้วยหลายคน ท่านบอกว่า "เดี๋ยวให้พวกมันมาทางนี้ก่อน" สักครู่เมื่อคนกลุ่มนั้นเดินส่งเสียงเอะอะผ่านมาทางหน้ากุฏิ พ่อท่านหมุนก็เยี่ยมหน้าออกไปแล้วพูดขึ้นว่า "พวกมึงมาเที่ยวแล้วเมาทำให้คนอื่นเขารำคาญอยู่กันตรงแหละพอหายเมาแล้วค่อยไป" แม้ว่าระยะจากกุฏิไปยังที่คนเมากลุ่มนั้นยืนอยู่จะมีระยะห่างกันมากพอสมควร แต่เสียงพ่อท่านหมุนก็ดังกึกก้องมีมหาอำนาจได้ยินไปทั่ว คนเมากลุ่มนั้นได้ยินต่างพากันตกตลึง ต่างพากันล้มลงกลิ้งเกลือกบนพื้นดินอยู่ตรงนั้น แม้จะพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วเดินออกจากที่นั่น แต่ก็เดินออกไปไม่ได้ ภายในรัศมีที่พ่อท่านหมุนกำหนด เลยเดินวนเวียนอยู่ในที่นั้นเหมือนเสือติดจั่น ทั้งเมาและทั้งเหนื่อยเลยพากันนอนหลักอยู่ที่นั้นด้วยกันหมดทุกคน ครั้งพอใกล้จะรุ่งหนังตะลุงเลิกและคนมาเที่ยวงานพากันกลับบ้านหมดแล้ว แต่ขี้เมากลุ่มนี้ก็ยังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่ที่เดิม พอสว่างแดดเริ่มส่องและร้อนขึ้นเรื่อยๆ คนกลุ่มนี้ก็เริ่มฟื้นแต่ก็ยังงัวเงียและยังออกจากที่ตรงนั้นไม่ได้อีก จนพ่อท่านหมุนท่านร้องตะโกนมาจากบนกุฏิว่า "ถ้าหายเมาแล้วก็กลับๆ ไปเสีย ทีหลังก็อย่าทำความรำคาญในวัดอีก" นั่นแหละคนกลุ่มนั้นจึงพากันเดินออกจากบริเวณนั้นได้ แล้วก็พากันเข็ดขี้แตกขี้แตนกับพ่อท่านหมุนไปอีกนาน ถึงขนาดว่าไม่กล้าเข้ามาภายในวัดอีกเลย
พ่อท่านหมุน มีคุณวิเศษอย่างหนึ่งคล้ายๆ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จ.ภูเก็ต คือ จะมีคนเอาแผ่นทองมาปิดตามร่างกายท่านทั้งๆ ที่ยังมีชิวิตอยู่ เนื่องจากชาวบ้านบนบานขอให้ท่านช่วย พอสำเร็จสมปรารถนาจึงพากันมาปิดทองเป็นการแก้บน ตอนพ่อท่านหมุนทานมีชีวิตอยู่ หากใครไปกราบนมัสการก็จะเห็นว่าบางครั้งตามร่างกายของท่านมีแผ่นทองปิดอยู่เหลืองอร่ามเต็มไปหมด
พ่อท่านหมุนสร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งแรกๆ ท่านสร้างเครื่องรางจำพวก ตะกรุด ผ้ายันต์ แหวนพิรอด ฯลฯ หลังจากนั้นก็มาสร้างพระปิดตา พระลีลา เป็นต้น ส่วนเหรียญและรูปเหมือนมาสร้างเอาเมื่อขึ้น พ.ศ.2500 มาแล้ว

เหรียญหลวงพ่อจุล วัดลานแซ จ.พัทลุง รุ่นแรก





เหรียญหลวงพ่อจุล วัดลานแซ จ.พัทลุง รุ่นแรก

เหรียญหลวงพ่อไท วัดวิหารสูง จ.พัทลุง รุ่น1




เหรียญหลวงพ่อไท วัดวิหารสูง จ.พัทลุง รุ่น1 ราคา 4000

หลวงพ่อนวล วัดท่ายาง หลังเตารีด




หลวงพ่อนวล วัดท่ายาง หลังเตารีด ราคา 2000

ประวัติ หลวงพ่อนวล วัดไสหร้า

ประวัติพ่อท่านนวล ปริสุทโธ วัดไสหร้า“พระครูวิสุทธิบุญดิตถ์” หรือ “หลวงพ่อนวล ปริสุทโธ” หรือที่ชาวบ้านเรียกท่านว่า “พ่อท่านนวล” เป็นพระสุปฏิปันโนนักปฏิบัติกัมมัฏฐาน ที่เพียบพร้อมด้วยจริยวัตรอันงดงาม และเป็นพระบริสุทธิสงฆ์ที่ยึดหลักพระธรรมวินัยตามคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติกิจของสงฆ์เป็นกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอ ไม่เว้นแม้ยามเจ็บไข้ได้ป่วย จนเป็นที่เลื่องลือและเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสในหมู่ชาวบ้านญาติโยมแดนปักษ์ใต้เป็นอันมาก
พ่อท่านนวล มีนามเดิมว่า นวล เจริญรูป เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๕ ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีจอ ณ บ้านไสหร้า หมู่ ๔ ต.ทุ่งสัง (หมู่ ๑ ต.บางรูป ในปัจจุบัน) อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายเกลื่อน และนิ่ม เจริญรูป มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๒ คน และมีพี่น้องร่วมบิดาแต่ต่างมารดา อีก ๔ คน

“หลวงพ่อนวล ปริสุทโธ”ปัจจุบันสิริอายุ ๘๓ พรรษา ๖๓ (เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประดิษฐาราม (วัดไสหร้า) บ้านไสหร้า ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ทำให้ชาว อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ต่างมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มีพ่อท่านนวล เป็นเนื้อนาบุญของชาวเมืองอย่างแท้จริง

ด้านวัตถุมงคล พ่อท่านนวล ได้จัดสร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่นด้วยกัน อาทิ วัตถุมงคลรุ่นล่าสุด สร้างปี 2552 ผ่านพิธีปลุกเสกสมบูรณ์ พร้อมเปิดให้บูชา กำลังได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหา รูปเหมือนพ่อท่านนวล ขนาดบูชาเนื้อโลหะหน้าตัก 5 นิ้ว รูปหล่อลอยองค์เบ้าทุบ และเหรียญพ่อท่านนวลเจริญโภคทรัพย์ เป็นต้น


๏ ชีวิตปฐมวัยและการศึกษาเบื้องต้นของ พ่อท่านนวล ปริสุทโธ วัดไสหร้า

ชีวิตในวัยเด็ก พ่อท่านนวลเป็นคนชอบสนุกสนาน แต่ขี้อาย มีความประพฤติเรียบร้อย สมถะ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นที่รักของครอบครัวและเพื่อนฝูง เมื่ออายุได้ ๗ ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดมะเฟือง ต.นากะซะ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๙


๏ การอุปสมบท

พ่อท่านนวล ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๕ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๗ ณ พัทธสีมาวัดภูเขาหลัก (วัดหลวงพ่อแดง พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในสมัยก่อน) ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระครูถาวรบุญรัตน์ วัดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระอุปัชฌาย์


๏ งานด้านการศึกษาของ พ่อท่านนวล วัดไสหร้า

ปี พ.ศ.๒๔๙๒ พ่อท่านนวล สอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท ณ สำนักเรียนวัดประดิษฐาราม

ปี พ.ศ.๒๔๗๓ พ่อท่านนวล เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม

ปี พ.ศ.๒๔๙๘ เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง

ปี พ.ศ.๒๕๐๓ หลวงพ่อนวล เป็นกรรมการศึกษาโรงเรียนวัดประดิษฐาราม

ปี พ.ศ.๒๕๐๔ หลวงพ่อนวล รักษาการแทนสาธารณูปการ อ.ทุ่งใหญ่ และเป็นกรรมการการศึกษาประจำตำบลทุ่งสัง


๏ หลวงพ่อนวล กับงานด้านการอุปถัมภ์การศึกษา

หลวงพ่อนวล ท่านได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนวัดประดิษฐาราม เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๑ โดยได้บริจาคที่ดินของวัด ๑๒ ไร่ เป็นที่ตั้งโรงเรียน ต่อมาได้ก่อตั้งกองทุนพ่อท่านนวล ปริสุทโธ เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติเรียบร้อย แต่มีฐานะยากจน หลายกองทุน และยังนำมาเป็นทุนการศึกษาให้กับพระภิกษุสามเณร ที่ศึกษาพระธรรมในสถาบันศาสนาทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด


๏ หลวงพ่อนวล ปริสุทโธ และ งานด้านการพัฒนา

หลวงพ่อนวล ท่านได้ดำเนินการก่อสร้างและพัฒนา หลวงพ่อนวล นำความเจริญมาสู่ชุมชนตลอดมาในทุกๆ ด้าน ด้วยความเมตตาของท่าน


๏ ลำดับงานปกครองและสมณศักดิ์ พ่อท่านนวล วัดไสหร้า

ปี พ.ศ.๒๔๙๒ หลวงพ่อนวล ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดประดิษฐาราม (วัดไสหร้า) ตั้งแต่บัดนั้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

ปี พ.ศ.๒๕๐๘ พ่อท่านนวล ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งสัง

ปี พ.ศ.๒๕๐๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูวิสุทธิบุญดิตถ์

ปี พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงพ่อนวล ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

ปี พ.ศ.๒๕๒๖ พ่อท่านนวล ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในพระราชทินนามเดิม

๏ การสร้างวัตถุมงคล พระเครื่องพ่อท่านนวล วัดไสหร้า

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๓ ทางวัดได้จัดสร้างวัตถุมงคล"พ่อท่านนวล"รุ่นแรกขึ้น ซึ่งเป็นรุ่นที่มีประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับของศิษยานุศิษย์ ที่ได้นำไปบูชาอย่างกว้างขวาง และเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ทางวัดได้สร้างวัตถุมงคลรุ่นผูกพัทธสีมายกช่อฟ้าฝังลูกนิมิต สำหรับให้ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสได้สักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยรับได้เฉพาะที่วัดเพียงแห่งเดียวเท่านั้น อีกทั้ง วัตถุมงคลที่โด่งดังยังมีรุ่นมหาโภคทรัพย์ ๗ รอบ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว พ่อท่านนวล วัดไสหร้า ท่านยังเป็นพระเกจิอาจารย์และเจ้าพิธีระดับแถวหน้า ที่ได้รับการยอมรับและคร่ำหวอดอยู่กับพิธีปลุกเสกจตุคามรามเทพอีกด้วย


๏ ปฏิปทาและศีลาจริยวัตรอันงดงามของ หลวงพ่อนวล

พ่อท่านนวล ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีปฏิปทาและศีลาจริยวัตรอันงดงาม ท่านค่อนข้างเงียบ พูดน้อย แต่ใจดีมีเมตตามาก คำพูดของท่านล้วนเป็นจริงตามที่ท่านพูดเสมอ จนทำให้ผู้ที่มีความเคารพศรัทธาท่าน ไม่กล้าทำอะไรที่นอกลู่นอกทาง และได้ขนานนามท่านว่า “พ่อท่านนวลวาจาสิทธิ์”

ในแต่ละวันจะมีผู้คนที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสได้เดินทางมากราบไหว้ ขอพรจากหลวงพ่อนวล ท่านไม่ขาดระยะ นอกจากนี้ท่านยังได้รับกิจนิมนต์ไปประกอบศาสนพิธีในต่างจังหวัดอยู่เสมอ รวมทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างประเทศ

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๓ ทางประดิษฐาราม (วัดไสหร้า) ได้จัดสร้างวัตถุมงคล"พ่อท่านนวลรุ่นแรก"ขึ้น ซึ่งเป็นรุ่นที่มีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับของศิษยานุศิษย์ ที่ได้นำไปบูชาอย่างกว้างขวาง

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ ทางวัดกำลังก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่


ต้นเหตุแห่งหนี้ของทุกคน
คำสอน หลวงพ่อนวล วัดไสหร้า

พระครูวิสุทธิบุญดิตถ์ (พ่อท่านนวล ปริสุทโธ) เจ้าอาวาสวัดประดิษฐาราม (วัดไสหร้า) ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ยึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด มีจริยวัตรที่งดงาม ปฏิบัติกิจของพระสงฆ์เป็นกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอ ไม่ละเว้นแม้ยามเจ็บไข้ได้ป่วย ยกเว้นในยามที่ลุกเดินไปไหนไม่ได้

พร้อมทั้งเคร่งในระเบียบกฎเกณฑ์ในการบรรพชาอุปสมบท จะต้องเลิกดื่มสุรา เลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด แล้ว"หลวงพ่อนวล"ท่านยังให้สติว่า “คนเราเกิดมา ล้วนมีหนี้ติดมาด้วยทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนี้สิน หนี้บุญคุณ และหนี้ชีวิต”

"หลวงพ่อนวล"ท่านได้ปฏิบัติเพื่อเปลื้องหนี้ตลอดมา โดยเฉพาะหนี้ชีวิต พ่อท่านนวล จึงมีชีวิตที่สงบเพราะท่านอยู่อย่างใจสงบ กายวาจาสงบ ซึ่งปรากฏแก่เราทุกคนที่พบเห็นและสัมผัส

แม้ว่า"พ่อท่านนวล"จะอยู่ในเพศบรรพชิตอย่างสันโดษแล้ว ท่านยังเป็นผู้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนวัดประดิษฐาราม ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๑ โดยได้รับบริจาคที่ดิน ๑๒ ไร่ จนมาถึงปัจจุบัน แล้วได้ตั้งกองทุนพ่อท่านนวลขึ้น เพื่อเป็นกองทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนโรงเรียนวัดประดิษฐารามที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย แต่มีฐานะยากจน

พ่อท่านนวลได้อนุญาตให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวพระเครื่อง “คม ชัด ลึก” ดังนี้

หนี้ติดตัวที่พ่อท่านพูดถึงคืออะไรครับ ?
หนี้ที่อาตมาสอนญาติโยมมาตลอดก็จะมีอยู่ ๓ หนี้ คือ หนี้สิน หนี้บุญคุณ และหนี้ชีวิต ดังนั้นคนเราเมื่อมีชีวิตอยู่ควรรีบเปลื้องหนี้เสียตามโอกาสและความสามารถ ประเภทที่ ๑ คือ หนี้สิน ทำไมคนเราจึงต้องมีหนี้สิน เรื่องนี้หากจะประมวลที่มาของหนี้สิน ก็คงเป็นได้ ๒ อย่างคือ หนี้ชนิดที่จำเป็นอย่างหนึ่ง กับหนี้ชนิดที่ไม่จำเป็นอีกอย่างหนึ่ง หนี้ชนิดที่จำเป็นนั้นเกิดจากความยากจนบีบบังคับ เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บบ้าง สมบัติวิบัติเพราะไฟไหม้บ้าง น้ำท่วมบ้าง จึงจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินเขามาใช้

อีกอย่างหนึ่งเป็นหนี้ไม่จำเป็น อันเกิดจากความมักใหญ่ใฝ่สูงของตัวเอง เช่น กู้เขามาทำงานบุญ ทำงานบวชลูกบ้าง ซึ่งทุนเดิมก็มีพอที่จะทำให้สมฐานะ แต่เห็นว่าน้อยไป อยากได้ชื่อเสียง อยากมีหน้าตาถึงกับต้องจำนำเรือกสวนไร่นา ผลสุดท้ายต้องนั่งเป็นทุกข์ไปตลอดปี เพราะต้องใช้หนี้เขาอยู่ตลอดเวลา

หนี้สินอีกอย่างเกิดจากความจน เพราะการกระทำของตัวเอง เนื่องจากเกียจคร้านทำมาหากินบ้าง ไม่เข้าใจรักษาสมบัติบ้าง คบคนชั่วเป็นมิตรบ้าง ใช้จ่ายเกินตัว คนประเภทนี้รับรองว่าตั้งตัวได้ยาก


แล้วทำอย่างไรถึงไม่ให้เราเป็นหนี้มากมายแบบนั้นครับ ?
หากถามว่าทำอย่างไรจึงไม่เป็นหนี้ เรื่องนี้มันต้องแก้ด้วยพุทธวิธี คือ ขั้นแรกต้องป้องกันอย่าให้ยากจน ซึ่งเริ่มด้วยการขยันทำมาหากิน ระวังเรื่องการใช้จ่าย อย่าสุรุ่ยสุร่าย อย่าเล่นการพนัน อย่าเสพสุราเมรัย เสพยาเสพติดทุกชนิด ดังนี้จะทำอะไรให้นึกถึงฐานะตัวเอง แต่ว่าในกรณี ความยากจนอาจจะเกิดขึ้นได้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือจะด้วยเหตุใดก็ตาม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องใช้แผนการขั้นที่ ๒ คือ รีบใช้หนี้สินโดยเร็ว เพราะถ้าขืนปล่อยทิ้งไว้จะเป็นดินพอกหางหมู จะลำบากทีหลัง เหมือนเป็นโรคนิดๆ หน่อยๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้ จงรีบรักษาเสียทันที หลวงพ่อนวล กล่าว


หนี้ประเภทที่สอง เป็นอย่างไรครับ ?
หนี้ประเภทที่สองนั้นได้แก่ หนี้บุญ นั่นหมายความว่า เมื่อผู้ใดมีบุญคุณแก่เรา จะด้วยการช่วยเหลือเลี้ยงดู หรือด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับนั้นได้ชื่อว่ามีหนี้ ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้หนี้นั้นเสียในโอกาสอันควร ตัวอย่าง พ่อแม่ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบุญคุณต่อลูกมาก ท่านทั้งสองให้สิ่งที่มีค่าที่คนอื่นไม่สามารถให้ได้ นั่นคือชีวิตและร่างกาย ที่เราได้อาศัยใช้อยู่ทุกวันนี้ ชีวิตและร่างกายที่ท่านให้มานี้แหละ ที่ทำให้เรามีโอกาสได้มาชมโลกนี้กับเขา

พร้อมทั้งมีทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง ยศศักดิ์ และความสุข ใช่แต่เท่านั้น ท่านยังได้ให้ความรักแก่ลูกอย่างไม่หวั่นไหว ซึ่งเป็นความรักพิเศษที่จะหาไม่ได้จากคนอื่น ท่านเป็นพระประจำตัวลูกในฐานะพระบิดาและพระมารดา

ด้วยประการฉะนี้ ลูกทุกคนจึงได้ชื่อว่าเป็นหนี้ท่านอยู่ ควรหาโอกาสใช้หนี้ท่านเสีย มิฉะนั้น จะถูกหาว่าเป็นคนตระบัดหนี้ ทำให้เสียผู้เสียคนเปล่าๆ


นอกจากการใช้หนี้บุญนี้แล้ว ยังมีการชดใช้หนี้ในลักษณะอื่นอีกไหมครับ ?
อาตมาอยากจะบอกว่า การใช้หนี้มีหลายวิธีด้วยกัน ขอยกมาแสดงเพียงหนึ่งวิธีก็แล้วกัน คือ การเลี้ยงดูท่าน ตามหลักการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ว่า เมื่อท่านเลี้ยงเรามาแล้ว เราต้องเลี้ยงท่านตอบ การเลี้ยงนั้นต้องเลี้ยงทั้งทางกายและทางจิตใจ การบำรุงท่านด้วยข้าวปลาอาหารที่อยู่อาศัย ตลอดจนถึงการรักษาพยาบาล เมื่อยามท่านเจ็บป่วยไข้ไม่สบายนี้ เรียกว่าการเลี้ยงทางร่างกาย

ส่วนด้านจิตใจนั้น ลูกๆ ต้องถนอมน้ำใจของท่านไว้ เมื่อท่านต้องการสิ่งใดซึ่งไม่ผิดศีลธรรมแล้ว ก็ต้องตามใจท่าน ขอให้ย้อนคิดถึงสมัยที่ท่านเลี้ยงเรามา ท่านยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลูกอย่างสม่ำเสมอ แม้แต่ชีวิตเลือดเนื้อพ่อแม่ก็สละให้ได้ ไม่มีใครดอกในโลกนี้ที่เขาจะมานั่งเสียสละให้แก่เรา เหมือนกับพ่อแม่นั้นไม่มี


พ่อท่านช่วยอธิบายถึงหนี้ชีวิตให้เข้าใจง่ายๆ หน่อยครับ ?
ทุกคนได้ชื่อว่าเป็นหนี้ชีวิต เพราะเกิดมาแสนยาก ฉะนั้นตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ยังชื่อว่าเป็นหนี้อยู่ตราบนั้น การชำระหนี้ชีวิตที่ทุกคนต้องทำ คือ การทำชีวิตให้เป็นประโยชน์ ซึ่งมีทั้งฝ่ายนอกและฝ่ายใน กล่าวคือ ฝ่ายนอกต้องจัดระบบชีวิตร่างกายให้อยู่กินดีอยู่ดี หมายถึงที่อยู่อาศัย สะอาดเรียบร้อย เหมาะแก่การศึกษา และอาชีพอยู่ใกล้กับคนดี ส่วนกินดีนั้นหมายถึง รู้จักใช้พอเหมาะพอดี สมฐานะ เพราะสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะช่วยชุบชีวิตให้เจริญก้าวหน้า

ส่วนฝ่ายในนั้นอันได้แก่จิตใจ ต้องบำรุงส่งเสริมด้วยศีลธรรมทางศาสนา เพราะศีลเป็นเครื่องขจัดสิ่งที่เสีย ธรรมะเป็นเครื่องเสริมสวย ในตัวเราแต่ละคนล้วนมีสิ่งเสียๆ อยู่มาก หากจะประมวลกล่าวย่อๆ สามารถจัดเป็นข้อใหญ่ๆ ได้ ๕ อย่างคือ ๑. โหดร้าย ๒. ใจอยาก ๓. มากรัก ๔. ปากชั่ว ๕. มัวเมา ซึ่งแต่ละอย่างเมื่อเกิดขึ้นแล้ว สามารถทำให้คนเสียคนได้ทั้งนั้น


๕ หัวข้อนี้เหมือนกับการถือศีล ๕ หรือเปล่าครับ ?
ไม่แตกต่างกันหรอกโยม ๑. โหดร้าย แสดงถึงจิตใจทารุณ เหี้ยมโหดร้าย ขาดเมตตากรุณา ฆ่ากัน ทำร้ายกัน ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ก่อความยุ่งยากให้แก่ตนเองและผู้อื่น ฉะนั้นความทารุณโหดร้าย จึงสามารถกำจัดได้ด้วยศีลข้อ ๑ เว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

ส่วนประเภทที่ ๒ ใจอยาก นี้ก็ไม่ดีอีก เพราะเป็นต้นเหตุให้มีอาชีพที่ไม่บริสุทธิ์ เช่น ลักเขากินขโมยเขากิน ก่อความเดือดร้อน ฉะนั้นจึงควรกำจัดเสียด้วยศีลข้อ ๒ เว้นจากการยึดกรรมสิทธิ์ในสมบัติของผู้อื่นที่เขาไม่อนุญาต

ประเภทที่ ๓ มากรัก คือ มีรักมากเกินขอบเขต จนเป็นสาเหตุให้ผิดในคู่ครองของผู้อื่น ถึงขั้นประหัตประหารซึ่งกันและกัน ดังนั้น จึงควรแก้เสียด้วยศีลข้อ ๓ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

ประเภทที่ ๔ การพูดเท็จ พูดยุยงให้เขาแตกแยกกัน พูดจาหยาบคายเหลวไหล ไร้สาระทั้งนั้น จึงต้องแก้ด้วยการรักษาศีลข้อที่ ๔ เว้นจากการพูดมุสา และ

ประเภทที่ ๕ มัวเมา ชอบสุราเมรัยและยาเสพติด จนปราศจากสติสัมปชัญญะ ควรแก้ด้วยศีลข้อที่ ๕ เว้นจากการเสพสุราเมรัย เมื่อได้ลงมือรักษาศีลทั้ง ๕ ข้อนี้แล้ว ความเสียทั้ง ๕ อย่างก็จะหมดไป


หากคนเรายึดมั่นในศีล ๕ แล้วจะดีแค่ไหนครับ ?
คนเราลงได้มั่นคงอยู่ในศีลธรรมอย่างนี้แล้ว จิตใจจะสดชื่น กายวาจาก็จะทำจะพูดแต่ในทางที่ดี ผลก็คือได้รับความสุขสมประสงค์ ตรงกับที่ท่านว่าได้ว่า กายมีศีลสุขล้ำ ใจมีธรรมสุขเลิศ การปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมเช่นนี้แหละ ที่เรียกว่าได้ใช้หนี้ชีวิตอย่างแท้จริง


พ่อท่านได้สร้างวัตถุมงคลบ่อยไหมครับ ?
อาตมาเองไม่ได้สร้างวัตถุมงคลอะไรหรอก จะมีก็ลูกศิษย์เท่านั้นที่สร้างแล้วนำมาถวาย อาตมาก็จะปลุกเสกด้วยพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ให้ก็เท่านี้แหละ เพื่อเอาไว้แจกเป็นที่ระลึกให้กับญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญกันที่วัดเท่านั้น ทางวัดไม่ได้เน้นเรื่องการสร้างวัตถุมงคลเป็นหลัก แต่จะเน้นเรื่องคำสอนของพระพุทธเจ้ามากกว่า


ปาฏิหาริย์จากพระเครื่องแท้จริงเกิดขึ้นมาเพราะอะไรครับ ?
ตรงนี้อาตมาอยากจะบอกว่า สิ่งเหล่านี้อยู่ที่คนนำไปใช้มากกว่า คนที่อยากให้เป็นอะไรก็จะเป็นไปตามพลังศรัทธา ส่วนหลายคนอยากได้ความคงกระพันชาตรี ก็อยู่ที่นำเอาไปใช้เหมือนกัน คิดดีทำดี สิ่งเหล่านี้มันก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน ปาฏิหาริย์บางอย่างก็บอกไม่ได้ว่ามันเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร จะว่าไปแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคนมากกว่า


ทำไมพ่อท่านตั้งกฎเกณฑ์ผู้ที่จะเข้ามาบวชอย่างเคร่งครัดครับ ?
อาตมาอยากให้พระสงฆ์มีจริยวัตรที่งดงาม ยึดหลักธรรมในพระพุทธศาสนา โดยผู้ที่จะเข้ามาบวชต้องมีผู้ปกครองรับรอง หรือผู้ที่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ติดสิ่งเสพติดอื่นๆ ต้องเลิกโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันผู้ที่เข้ามาบวชเพื่อจำพรรษา ต้องสมัครเป็นนักบวชตามวันเวลาที่กำหนด หากพ้นกำหนดแม้วันเดียวก็ไม่ได้ และผู้ที่จะมาบวชชั่วคราวต้องสมัครเป็นนักบวชล่วงหน้าอย่างน้อย ๑๕ วัน เพื่อท่องเรียนคำขอบรรพชา


สุดท้ายนี้พ่อท่านอยากให้ธรรมะหรือข้อคิดอะไรแก่ญาติโยมบ้างครับ ?
ตราบใดที่ยังมีเกิด ก็จะหนีหนี้ไม่พ้น แต่ก็ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว เพราะทางพ้นหนี้ยังมีอยู่ นั่นคือพระนิพพาน เมื่อปฏิบัติถึงขั้นนั้นแล้วเรียกว่าหมดหนี้ทันที เลิกสร้างดี เลิกสร้างชั่ว เป็นปุญญปาปหิโน บรรดาหนี้สินก็หมดสิ้นไปในตัว สำเร็จเป็นนิพพาน ปรมํ สุญญํ คือ เป็นบรมสูญ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกข์ โศก หนี้สิน สูญหมด จึงจัดเป็น นิพพานํ ปรมํ สุขํ พระพุทธเจ้าตรัสว่า สัตว์โลกย่อมตกอยู่ในกองทุกข์ การเป็นหนี้เขาก็จัดเป็นทุกข์อย่างหนึ่ง เหตุนี้ผู้หวังพ้นทุกข์จึงต้องพยายามเปลื้องหนี้ทุกชนิดด้วยการหมั่นอบรมจิตประพฤติธรรม

“อยากมีหน้าตาถึงกับต้องจำนำเรือกสวนไร่นา ผลสุดท้ายต้องนั่งเป็นทุกข์ไปตลอดปี เพราะต้องใช้หนี้เขาอยู่ตลอดเวลา หนี้สินอีกอย่างเกิดจากความจนเพราะการกระทำของตัวเอง เนื่องจากเกียจคร้านทำมาหากิน”

เป็นหลักคำสอนของ "หลวงพ่อนวล วัดไสหร้า" ที่เราทุกคนควรทำความเข้าใจและปฏิบัติตาม

พ่อท่านคล้ายเนื้อว่านดำฝั่งตะกรุด รุ่นพิทักษ์ชายแดนใต้ 7ซม.วัดธาตุน้อย




พ่อท่านคล้ายเนื้อว่านดำฝั่งตะกรุด รุ่นพิทักษ์ชายแดนใต้ 7ซม.วัดธาตุน้อย ราคา 2000

พ่อท่านนวล เนื้อว่าน วัดไสหร้า อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีฯ 7ซม.




พ่อท่านนวล เนื้อว่าน วัดไสหร้า อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีฯ 7ซม. ราคา1200